Executive Summary
SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์กำไรปี 2025 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2024 แม้รายได้จะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในปี 2023 และ 2025 แต่กำไรสุทธิมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน Valuation ในปัจจุบันที่ P/E Trailing 21.87 เท่า และ Forward P/E 15.17 เท่า ถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย SMA20 และ SMA50 ซึ่งอาจเป็นจังหวะในการพิจารณา แต่ก็ควรระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงด้านหนี้สินและสภาพเศรษฐกิจ
- Market Cap
- 291.60B
- P/E (Trailing)
- 21.87
- P/BV
- 0.8
- Dividend Yield
- 2.87%
- ROE
- 3.71%
- Net Margin
- 3.24%
- Revenue Growth
- 0.7%
- RSI (14)
- 34.8
ผลประกอบการและแนวโน้ม
ผลประกอบการของ SCC ในปี 2023 มีรายได้ลดลงเหลือ 499,645.71 ล้านบาท จาก 569,608.70 ล้านบาทในปี 2022 แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นเป็น 25,914.98 ล้านบาท จาก 21,382.35 ล้านบาทในปีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ปี 2024 คาดว่ากำไรจะลดลงเหลือ 6,341.64 ล้านบาท ก่อนจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2025 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 14,075.02 ล้านบาท แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจนในระยะกลาง อัตราการเติบโตของรายได้ (Revenue Growth) อยู่ที่ 0.7% และอัตรากำไรสุทธิ (Profit Margin) อยู่ที่ 3.237% ซึ่งยังคงรักษาระดับที่ดีได้
ปัจจัยพื้นฐานและ Valuation
SCC มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ที่ 291,600.01 ล้านบาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E Trailing 21.87 เท่า และ Forward P/E ที่ 15.17 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อพิจารณาถึงการฟื้นตัวของกำไรที่คาดการณ์ไว้ในปี 2025 อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price to Book) อยู่ที่ 0.80 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 1 แสดงถึงโอกาสในการลงทุน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 3.71% และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) ที่ 73.265% ซึ่งเป็นระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ภาพทางเทคนิค
ราคาหุ้น SCC ปัจจุบันอยู่ที่ 243 บาท โดยวันนี้มีการเปลี่ยนแปลง -0.41% ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (SMA20) ที่ 264.35 บาท และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (SMA50) ที่ 261.76 บาท ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงขายในระยะสั้น ดัชนี Relative Strength Index (RSI14) อยู่ที่ 34.82 ซึ่งเข้าใกล้โซน Oversold อาจเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวในอนาคตได้ MACD Histogram อยู่ที่ -3.83 แสดงถึงโมเมนตัมเชิงลบในระยะสั้น แนวรับสำคัญอยู่ที่ 241 บาท และ 240 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 247 บาท และ 248 บาท
มุมมองนักวิเคราะห์ในตลาด
จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ 20 รายในตลาด มีมุมมองโดยรวมเป็น 'hold' โดยมีราคาเฉลี่ยที่ 263.40 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน 8.40% ราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 332 บาท และต่ำสุดอยู่ที่ 171 บาท แสดงให้เห็นถึงช่วงของมุมมองที่กว้าง นักวิเคราะห์คาดการณ์ EPS Forward ที่ 16.01794 บาท ซึ่งสนับสนุนมุมมองการฟื้นตัวของกำไรในปีหน้า
สัญญาณที่น่าสนใจ
- คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2025 ฟื้นตัวโดดเด่น
- Forward P/E ที่ 15.17 เท่า น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต
- Price to Book ต่ำกว่า 1 สะท้อนมูลค่าที่น่าสนใจ
- อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) 2.87% ยังคงน่าดึงดูด
- RSI14 เข้าใกล้โซน Oversold อาจเป็นสัญญาณการกลับตัว
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) ที่ 73.265% ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี
- ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า SMA20 และ SMA50 แสดงถึงแรงกดดันในระยะสั้น
- กำไรสุทธิปี 2024 คาดว่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน
- สภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าและบริการ
ระดับราคาสำคัญ
แนวรับ: 241 / 240
แนวต้าน: 247 / 248
SMA20 / SMA50: 264.35 / 261.76
52 สัปดาห์: 163 – 278
มุมมองมูลค่า
ค่าเฉลี่ยราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ในตลาดอยู่ที่ 263.40 บาท ขณะที่แนวรับทางเทคนิคอยู่ที่ 241-240 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 247-248 บาท กรอบราคาเหล่านี้เป็นข้อมูลจากตลาดและเครื่องมือทางเทคนิคเพื่อประกอบการพิจารณา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
เป้าราคาเฉลี่ยนักวิเคราะห์ตลาด (Yahoo): 263.4 (171 – 332 จาก 20 สำนัก)